ภาพกิจกรรม SET JFC

20131127_091655   20131127_091659

20131127_093358   20131127_093404

20131127_093443   20131127_093457

20131127_093535   20131127_104230

20131127_104236   20131127_104248

20131127_104304   20131127_113800

20131127_113824   20131127_113832

20131127_113835   20131127_113849

20131127_113918   20131127_114019

20131127_114029   20131127_114118

20131127_114138   20131127_114151

ภาพอบรมพิธีกรวัยใส

20131128_090054   20131128_090100

20131128_131835   20131128_131844  

20131128_132326   20131128_132334 

20131128_144254   20131128_144259

รูปงาน Bio Gang

8839_673945959287162_1960634605_n[1]   1011409_673946839287074_24683031_n[1]

1014277_673946779287080_1446768996_n[2]   IMG_2734

IMG_2735   IMG_2736

IMG_2737   IMG_2738

IMG_2739   IMG_2742

IMG_2743   IMG_2744

IMG_2745   IMG_2746

IMG_2747   IMG_2748

IMG_2749   IMG_2750

IMG_2751   IMG_2752

IMG_2753   IMG_2754

IMG_2755   IMG_2756

IMG_2757   IMG_2758

IMG_2759   IMG_2760

IMG_2761   IMG_2762

IMG_2763   IMG_2764

IMG_2765   IMG_2766

IMG_2767   IMG_2768

IMG_2769   IMG_2770

IMG_2771   IMG_2772

IMG_2773

ภาพโรงเรียน ปี 2556

SAM_0156   SAM_0157

SAM_0158   SAM_0159

SAM_0160   SAM_0161

SAM_0162   SAM_0163

SAM_0164   SAM_0165

SAM_0166   SAM_0167

SAM_0168   SAM_0169

SAM_0170   SAM_0171

SAM_0172   SAM_0173

SAM_0174   SAM_0175

SAM_0176   SAM_0177

SAM_0179   SAM_0180

SAM_0181   SAM_0182

SAM_0183   SAM_0184

SAM_0185   SAM_0186

SAM_0187   SAM_0188

SAM_0190   SAM_0191

SAM_0192   SAM_0193

SAM_0194   SAM_0195

SAM_0196   SAM_0197

SAM_0198   SAM_0199

SAM_0200   SAM_0202

SAM_0203   SAM_0204

SAM_0205   SAM_0207

SAM_0208   SAM_0209

SAM_0210   SAM_0211

SAM_0212   SAM_0213

SAM_0214   SAM_0215

SAM_0216   SAM_0217

SAM_0218   SAM_0219

SAM_0220   SAM_0221

SAM_0222   SAM_0223

SAM_0224   SAM_0227

SAM_0228   SAM_0230

SAM_0232   SAM_0233

SAM_0234   SAM_0235

SAM_0236   SAM_0237

SAM_0238   SAM_0239

SAM_0240   SAM_0241

SAM_0242   SAM_0243

SAM_0245   SAM_0246

SAM_0247   SAM_0249

SAM_0250   SAM_0251

SAM_0252   SAM_0253

SAM_0254   SAM_0255

SAM_0257   SAM_0258

SAM_0259   SAM_0260

SAM_0263   SAM_0265

SAM_0268   SAM_0269

SAM_0270   SAM_0271

SAM_0275   SAM_0276

SAM_0277   SAM_0278

SAM_0279   SAM_0280

SAM_0281   SAM_0282

SAM_0283   SAM_0284

SAM_0285   SAM_0286

SAM_0289   SAM_0291

SAM_0292   SAM_0294SAM_0295   SAM_0296SAM_0297   SAM_0300

SAM_0301   SAM_0302

กิจกรรมวันเอดส์โลก รร.ขอนแก่นวิทย์ฯ

20131203_122206   20131203_122213

20131203_122230   20131203_122318

20131203_122328   20131203_122642

20131203_122716   20131203_122753

20131203_122756   20131203_122803

20131203_122846   20131203_131933

20131203_131947   20131203_13195620131203_133341   20131203_133350

20131203_133355   20131203_133425

การกลับสู่บ้านเก่า(สถาบันการศึกษา)

576584_425898557507311_813409117_n

ชื่อ-สกุล                       ชื่อ นางสาวพยอม  มาตสมบัติ  ชื่อเล่น  ยอม

วันเดือนปีเกิด             เกิดวันจันทร์  ที่ 24 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533

  ที่อยู่                              ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 2 บ้านคูคำ

                                          ตำบลคูคำ       อำเภอซำสูง    จังหวัดขอนแก่น

  การศึกษา                    จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนคูคำ

                                          พิทยาสรรพ์

                                          จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียน

                                          ซำสูงพิทยาคม

                                          จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียน

                                          โคกสีพิทยาสรรพ์

                                          ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ 

                                          มหาสารคาม    คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์

                                          เป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ที่โรงเรียน

                                         โคกสีพิทยาสรรพ์

อบรมจุลชีววิทยาระดับโมเลกุล

21032013343      21032013346

 

21032013347      21032013349

 

21032013350       21032013351

 

21032013352       21032013353

แข่งขันวิชา ศิลปหัตถกรรม จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 62

13112012142   13112012143   13112012144   13112012145   13112012146   13112012151   13112012152   13112012153   13112012154   13112012155

ทัศนศึกษา ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคเรียนที่ 2/2555

SAM_0907   SAM_0908   SAM_0909   SAM_0910   SAM_0911   SAM_0912   SAM_0914   SAM_0915   SAM_0916   SAM_0917   SAM_0918   SAM_0919   SAM_0920   SAM_0921   SAM_0922   SAM_0923   SAM_0924   SAM_0925   SAM_0927   SAM_0928   SAM_0929   SAM_0930   SAM_0931   SAM_0932   SAM_0934   SAM_0935   SAM_0936   SAM_0937   SAM_0938   SAM_0939   SAM_0940   SAM_0941   SAM_0942   SAM_0943   SAM_0944   SAM_0945   SAM_0946   SAM_0947   SAM_0948   SAM_0949   SAM_0950   SAM_0951   SAM_0952   SAM_0953   SAM_0954   SAM_0955   SAM_0956   SAM_0957   SAM_0958   SAM_0959   SAM_0960   SAM_0961   SAM_0962   SAM_0963   SAM_0964   SAM_0965   SAM_0966   SAM_0967   SAM_0969   SAM_0970   SAM_0971   SAM_0972   SAM_0973   SAM_0974   SAM_0975   SAM_0976   SAM_0977   SAM_0978   SAM_0979   SAM_0980   SAM_0981   SAM_0982   SAM_0983   SAM_0984   SAM_0985   SAM_0986   SAM_0987   SAM_0988   SAM_0989   SAM_0990

เอกสารเผยแพร่ผลงาน

 

การใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์วิชาชีววิทยา
เรื่อง ระบบย่อยอาหารและการสลายสารอาหารระดับเซลล์

ผู้ศึกษา      : โสภาพรรณ อักฌราศิวะโรจน์
หน่วยงาน : โรงเรียนโคกสีพิทยาสรรพ์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ปีที่พิมพ์     : 2554

บทคัดย่อ

         การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหารและ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) ให้มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป โดยมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหารและ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหารและ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es)

        กลุ่มเป้าหมายที่ทำการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนโคกสีพิทยาสรรพ์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 จำนวน 23 คน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รูปแบบการศึกษาเป็นแบบกลุ่มเดียว หรือรายกรณี (One-shot Case Study) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) จำนวน 6 แผน รวม 15 ชั่วโมง 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดความคิดสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหารและ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es)การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (clip_image003) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

ผลการศึกษาพบว่า

      1) มีนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหารและ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 78.26 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

      2) นักเรียนมีคะแนนความคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนสูงกว่าหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05

      3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหารและ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) ในด้านบทบาทครูผู้สอน บทบาทผู้เรียน กิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( clip_image003[1] = 4.09 S.D. = 0.66)

 

ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6

เรื่อง การสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบไม่ใช้ออกซิเจน

 

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชีววิทยา (ว31103)                                      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
หน่วยที่ 1 สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิต
บทที่      4 ระบบย่อยอาหารและการสลายสารอาหารระดับเซลล์                                 เวลา 15 ชั่วโมง
เรื่อง      การสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบไม่ใช้ออกซิเจน                                     เวลา   2   ชั่วโมง

********************************************************************************

1.สาระสำคัญ

      การสืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบาย และสรุปถึงกระบวนการการสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบไม่ใช้ออกซิเจน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ นำความรู้ไปใช้ในการศึกษาในระดับสูง

2.ตัวชี้วัด

      สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบาย และสรุปถึงกระบวนการสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจนและกระบวนการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

3.จุดประสงค์การเรียนรู้

       ด้านความรู้
1.อภิปราย เปรียบเทียบ และสรุปการสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจนและการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน2.ยกตัวอย่างการนำความรู้เรื่องการสลายสารอาหารไปใช้ในชีวิตประจำวัน

      ด้านทักษะ/กระบวนการ

1.สืบค้น อภิปราย ทดลอง และสรุปผลที่เกิดจากปฏิกิริยาการสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

       ด้านจิตพิสัย

1.นักเรียนมีส่วนร่วมในการสำรวจตรวจสอบด้วยความพร้อมเพรียง และนำเสนอผลด้วยความซื่อสัตย์

4.สาระการเรียนรู้
        การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ( Anaerobic respiration ) เป็นการหายใจที่ใช้สารอนินทรีย์อื่น ๆ เช่น ซัลเฟต คาร์บอเนต เป็นตัวรับอิเล็กตรอน
        กระบวนการหมัก ( Fermentation ) เป็นการเปลี่ยนแปลงสารอินทรีย์ให้เกิดพลังงานโดยไม่ใช้ตัวรับอิเล็กตรอน และเกิดในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ในสภาพเช่นนี้ จะเกิดการออกซิเดชันเพียงบางส่วนของคาร์บอนอะตอมของสารอินทรีย์และเกิดพลังงานขึ้นเพียงเล็กน้อย พลังงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปของสารอินทรีย์ที่เป็นผลผลิตของปฏิกิริยา เนื่องจากไม่ใช้ตัวรับอิเล็กตรอนพิเศษ ดังนั้นจึงใช้สารอินทรีย์ต่าง ๆ เช่น เอทิลแอลกอฮอล์ กรดแลกติก กรดแอซิติก กรดฟอร์มิก กรดโพรพิโอนิก ฯ

5.กระบวนการจัดการเรียนรู้

      5.1 ขั้นสร้างความสนใจ (10 นาที)
              5.1.1 ให้นักเรียนบอกประโยชน์ / ความสำคัญของออกซิเจน แล้วครูเขียนบนกระดาน
              5.1.2 จากข้อมูลที่เขียนบนกระดานให้นักเรียนช่วยกันอภิปรายสรุปความสำคัญของออกซิเจน 5.1.3 ให้นักเรียนคิดแบบสมมติว่า “ถ้าเกิดภาวะไม่มีออกซิเจนหรือมีออกซิเจนไม่เพียงพอ สิ่งมีชีวิตยังมีการสลายสารอาหารหรือไม่ ถ้ามีการสลายสารอาหารจะมีวิธีการอย่างไร”

      5.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (30 นาที)
              5.2.1. นักเรียนศึกษาใบงานที่ 6.1 กิจกรรมที่ 6.1 เพื่อศึกษากระบวนการหมักของยีสต์และควรให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายก่อนการทดลองถึงสมบัติของสารละลายบรอมไทมอลบลู และเหตุผลที่ใส่น้ำมันพืช ลงไปในสารละลาย
              5.2.2 ครูแจ้งจุดประสงค์การทำกิจกรรมที่ 6.1 เพื่อให้นักเรียนสามารถ
                   1) สำรวจตรวจสอบการหมักของยีสต์
                   2)นำความรู้ไปใช้ในการศึกษากระบวนการหมักของยีสต์ในน้ำผลไม้ชนิดอื่นได้
              5.2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรม โดยครูคอยให้คำแนะนำ

       5.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (20 นาที)
             5.3.1 ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน
             5.3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายซึ่งผลการทดลองซึ่งจะเป็นไปตามแนวนี้
              การทดลองชุดที่ 1 ในหลอดที่มีน้ำสับปะรดและยีสต์ พบว่าสารละลายบรอมไทมอลบลูเปลี่ยนจากสีฟ้าอมสีน้ำเงินเป็นสีเขียวและสีเหลืองอมส้ม จะสังเกตเห็นฟองอากาศผุดขึ้นในหลอดทดลองที่มีสารละลายบรอมไทมอลบลูเป็นระยะๆ การทดลองในชุดที่ 2 และ 3 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
             5.3.3 หลังทำกิจกรรม ครูตั้งคำถามเพิ่มเติม ดังนี้
     – ทำไมจึงต้องมีการทดลองชุดที่ 2 ที่มียีสต์กับน้ำกลั่นและการทดลองชุดที่ 3 ที่มีน้ำสับปะรดกับน้ำกลั่น (เป็นตัวควบคุม เพื่อยืนยันการทดลองในการทดลองชุดที่ 1 ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากเซลล์ของยีสต์และน้ำสับปะรดจริง)
    
- การทดลองทั้ง 3 ชุด ควรมีการควบคุมอะไรให้เหมือนกัน (ปริมาณน้ำสับปะรดในชุดที่ 1และชุดที่ 3 ปริมาณน้ำกลั่นในชุดที่ 2 และ 3 ปริมาณยีสต์ในชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ต้องเท่ากัน)
     – ฟองแก๊สที่เกิดขึ้นเป็นฟองแก๊สอะไร เพราะเหตุใด (ฟองแก๊สที่เกิดขึ้นควรเป็นแก๊ส CO2 เพราะสีของสารละลายบรอมไทมอลบลูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม)
    
- เมื่อดมของเหลวในหลอดทดลองที่มียีสต์และน้ำสับปะรดจะมีกลิ่นหรือไม่ อย่างไร(มีกลิ่นแอลกอฮอล์)
    
- ทำไมจึงต้องนำหลอดทดลองไปจุ่มในน้ำอุ่น (การนำหลอดทดลองไปจุ่มในน้ำอุ่นจะทำให้อุณหภูมิของหลอดทดลองเพิ่มขึ้น ปฏิกิริยาจะเกิดมากขึ้น ทำให้มีแก๊ส CO2 มากขึ้น)
    
- เพราะเหตุใดจึงต้องเติมน้ำมันพืชลงบนผิวหน้าของน้ำสับปะรดและยีสต์ (เพื่อไม่ให้แก๊สออกซิเจนจากอากาศลงไป)
    
- นักเรียนจะสรุปผลการทดลองว่าอย่างไร (ในสภาวะที่ขาดออกซิเจน เมื่อเติมยีสต์ลงไปในน้ำสับปะรดจะเกิดปฏิกิริยา ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และเอทิลแอลกอฮอล์)
    
- น้ำผลไม้ชนิดอื่นได้ผลการทดลองเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ (น่าจะได้ผลใกล้เคียงกัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นกรด – เบสของสารละลายและปริมาณน้ำตาล ซึ่งเป็นสารให้พลังงานของน้ำผลไม้นั้นๆ ด้วย)

    ชั่วโมงที่ 2-3
       5.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (15 นาที)
          5.2.1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 6.1 การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน พร้อมทั้งสรุปสาระสำคัญลงในสมุดบันทึก

       5.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (10 นาที)
          5.3.1 สุ่มนักเรียนบางคนรายงานสรุปเนื้อหาสำคัญของใบความรู้ที่ 6.1 หน้าชั้นเรียน
          5.3.2 ครูให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อเปรียบเทียบกระบวนการหมักแอลกอฮอล์ การหมักกรดแลกติก และกระบวนการสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจน (ครูฉายภาพโปร่งใสเกี่ยวกับการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนของยีสต์ และกระบวนการหมักกรดแลกติกประกอบด้วย) โดยใช้ตัวอย่างคำถามในการอภิปรายดังนี้
      – เพราะเหตุใดเอทิลแอลกอฮอล์จึงมีพลังงานเหลืออยู่อีกมาก (เพราะคาร์บอนในโมเลกุลของเอทิลแอลกอฮอล์ ยังปลดปล่อยไม่หมด)
    
- กรดแลกติกที่เกิดขึ้นในเซลล์กล้ามเนื้อมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างไร(กรดแลกติดจะถูกลำเลียงออกจากเซลล์กล้ามเนื้อไปยังตับ เพื่อสังเคราะห์เป็นกลูโคสซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ได้ต่อ)
    
- กระบวนการหมักแอลกอฮอล์ การหมักกรดแลกติก และการสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร (ส่วนที่เหมือนกัน คือสารตั้งต้นและกระบวนการช่วงไกลโคลิซิสตั้งแต่ขั้นแรกจนถึงเกิดกรดไพรูวิก ส่วนที่แตกต่างกัน คือการหมักไม่ใช้ออกซิเจน สารผลิตภัณฑ์จากกระบวนการหมักอาจจะได้เอทิลแอลกอฮอล์และ CO2 หรือกรดแลกติกขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งมีชีวิต และได้ 2 ATP ส่วนการสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจนจะได้ CO2 น้ำ และได้ 36 หรือ 38 ATP)

        5.4 ขั้นขยายความรู้ (20 นาที)
           5.4.1 นักเรียนนำความรู้ที่เรียนเรื่องกระบวนการหมักมาอภิปราย ประโยชน์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน(ใช้ในการทำอาหารหลายชนิด เช่น เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ ซีอิ้ว นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ผักและผลไม้ดอง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู ขนมปัง เป็นต้น)
          
5.4.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ เรื่อง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
           5.4.3 ครูตรวจคำตอบ และให้กลุ่มที่ชนะส่งตัวแทนเฉลยคำตอบหน้าชั้น(ครูให้รางวัลกลุ่มที่ชนะ)
           5.4.4 ครูแจกใบงานที่ 6.2 เพลง การสลายสารอาหาร ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำ หลังจากทำเสร็จแล้วครูให้กลุ่มที่ทำเสร็จก่อนนำเสนอข้อมูล
           5.4.5 ครูนำร้องเพลงการสลายสารอาหาร (เนื้อหาจะเกี่ยวกับบทเรียน)

        5.5 ขั้นประเมิน (15 นาที)
          5.5.1 นักเรียนทำใบงานที่ 6.3 เรื่อง การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน
          5.5.2 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

 

6.วัสดุอุปกรณ์ สื่อและแหล่งการเรียนรู้

      6.1 วัสดุอุปกรณ์
          6.1.1 ยีสต์
          6.1.2 สับปะรด
          6.1.3 น้ำมันพืช
          6.1.4 น้ำอุ่น
          6.1.5 สารละลายบรอมไทมอลบลู
          6.1.6 หลอดทดลอง
          6.1.7 สายยางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 cm

      6.2 สื่อและแหล่งการเรียนรู้
          6.2.1 ใบความรู้ที่ 6.1 เรื่อง การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน
          6.2.2 ใบงานที่ 6.1 การทดลองการหมักของยีสต์
          6.2.3 ใบงานที่ 6.2 เพลงการสลายสารอาหาร
          6.2.4 ใบงานที่ 6.3 การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน
          6.2.5 ภาพที่ 1 การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนของยีสต์
          6.2.6 ภาพที่ 2 กระบวนการหมักกรดแลกติก
          6.2.7 เกมปริศนาอักษรไขว้ การสลายสารอาหารระดับเซลล์
          6.2.8 แบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน
          6.2.9 หนังสือเรียนรายวิชา เพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 1 ของ สสวท. (2553)
          6.2.10 เครื่องฉายภาพโปร่งใส

7.การวัดผลและประเมินผล

 

จุดประสงค์ข้อที่

สิ่งที่ต้องการวัด

วิธีการวัด

เครื่องมือ


เกณฑ์

1.อภิปราย เปรียบเทียบ และสรุปการสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจนและการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

2.ยกตัวอย่างการนำความรู้เรื่องการสลายสารอาหารไปใช้ในชีวิตประจำวัน

วัดความรู้ความเข้าใจ

1.ตรวจแบบทด สอบหลังเรียน

2.ตรวจใบงานที่   6.3 การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

1.แบบทด สอบหลังเรียน

2.ใบงานที่ 6.3 การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

1.ตอบถูกอย่างน้อย 7 ใน 10 ข้อ

2.ตอบถูกอย่างน้อย 3ข้อใน 5 ข้อ

3.สืบค้น อภิปราย ทดลอง และสรุปผลที่เกิดจากปฏิกิริยาการสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

วัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

สังเกตระหว่างการสืบค้นข้อมูลและทดลอง

แบบประเมินทักษะกระบวน

การทางวิทยาศาสตร์

ได้คะแนนอย่างน้อย 12 ใน 15คะแนน

4.นักเรียนมีส่วนร่วมในการสำรวจตรวจสอบด้วยความพร้อมเพรียง และนำเสนอผลด้วยความซื่อสัตย์

วัดจิตพิสัย

สังเกตระหว่างการสืบค้นข้อมูล และทดลอง

แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียน

ได้คะแนนอย่างน้อย 13ใน 18 คะแนน

         
         
         
         

ใบความรู้ที่ 6.1

เรื่อง การสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

1. การสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน
        จากเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องการสลายสารอาหารแบบที่ใช้ออกซิเจน แต่สิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิด โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ๆ บางชนิด เช่น พวกยีสต์ แบคทีเรีย เมล็ดพืช เป็นต้น รวมทั้งเนื้อเยื่อบางชนิด เช่น กล้ามเนื้อลาย ไม่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา บางเวลาอาจไม่ใช้ออกซิเจนก็ได้
        แผนผังการสลายกลูโคส โดยยีสต์จะได้เอทิลแอลกอฮอล์ คาร์บอนไดออกไซด์ และ ATP ซึ่งต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ ดังนี้

                           clip_image007
         ภาพที่ 6.1
การสลายกลูโคสในกระบวนการหมักแอลกอฮอล์ พบว่า กรดไพรูวิกซึ่งเป็นผลผลิตสุดท้ายของกระบวนการไกลโคลิซิส จะทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอนเพื่อออกซิไดซ์ NADH ให้กลายเป็น NAD+ และได้เอทิลแอลกอฮอล์

ที่มา : หนังสือชีววิทยา ม.4 เล่ม 2. ปรีชา สุวรรณพินิจ. 2544

กระบวนการนี้ เรียกว่า การหมักแอลกอฮอล์ ( Alcoholic fermentation ) โดยเริ่มจาก

ไกลโคลิซิส เช่นเดียวกับการสลายกลูโคสโดยใช้ออกซิเจนและกรดไพรูวิก 2 โมเลกุล พร้อมกับปล่อย ATP 2 โมเลกุล และไฮโดรเจน 4 อะตอมเช่นกัน แต่ NADH + H+ จะถ่ายทอดอะตอมของไฮโดรเจนไปยัง แอซิตัลดีไฮด์ (acetaldehyde ) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีคาร์บอน 2 อะตอมทำให้ไม่สามารถใช้พลังงานจากอิเล็กตรอนที่อยู่ในอะตอมของไฮโดรเจนมาสร้าง ATP ได้อีก ดังนั้น การสลายกลูโคส

1 โมเลกุล จึงได้ ATP เพียง 2 โมเลกุล เอทิลแอกอฮอล์เป็นสารพิษเป็นอันตรายกับเซลล์ ถ้ามีเอทิลแอลกอฮอล์มาก ๆ ยีสต์อาจทนไม่ได้และตายได้

การหมักนี้ นำไปผลิตเหล้า เบียร์ ไวน์ ในปัจจุบันสามารถผลิตแอลกอฮอล์จากวัสดุเหลือใช้ได้ เช่น ผลิตจากกากน้ำตาล ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งการกำจัดกากน้ำตาลแล้ว ยังได้สารที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อีกด้วย

สำหรับเนื้อเยื่อสัตว์ ใช้การสลายอาหารแบบใช้ออกซิเจน แต่บางครั้งเนื้อเยื่อต้องการใช้ ATP จำนวนมาก แต่การลำเลียงออกซิเจนส่งไปยังเซลล์ไม่ทัน เช่น ในขณะออกกำลังกาย ปริมาณ ATP ในเซลล์จะลดลงอย่างรวดเร็ว เซลล์จึงใช้วิธีการสลายอาหาร โดยกระบวนการหมักกรดแลกติก หรือ lactic acid fermentation ซึ่งคล้ายกับการหมักแอลกอฮอล์ ต่างกันที่ NADH + H+ ถ่ายทอดอะตอมของไฮโดรเจนไปยังกรดไพรูวิก ดังภาพที่ 6.2

clip_image009

ภาพที่ 6.2 การสลายกลูโคสให้ได้กรดแลกติก

ที่มา : หนังสือชีววิทยา ม.4 เล่ม 2. ปรีชา สุวรรณพินิจ. 2544

เมื่อเกิดการสะสมกรดแลกติกไว้ในกล้ามเนื้อ จะทำให้กล้ามเนื้อล้า จนกระทั่งไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ต้องได้รับออกซิเจนมาสลายกรดแลกติกต่อไปจนกระทั่งได้คาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ ซึ่งร่างกายสามารถกำจัดออกนอกร่างกายได้

แบคทีเรียบางชนิดสามารถสลายอาหารโดยไม่ใช้ออกซิเจน แล้วได้กรดแลกติกเช่นกัน เราใช้ประโยชน์ที่เกิดจากกระบวนการหมักของจุลินทรีย์ไปผลิตอาหารบางชนิด เช่น การดองผัก ผลไม้

นมเปรี้ยว โยเกิร์ต

ถ้านำกรดแลกติกไปสลายต่อจนได้คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ เซลล์จะได้พลังงาน เพราะในกรดแลกติกยังมีพลังงานเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากการสลายยังไม่สิ้นสุดลง

การสลายสารอาหารทั้งที่ใช้และไม่ใช้ออกซิเจน ล้วนแต่เกิดภายในเซลล์เหตุที่การสลาย

สารอาหารเกี่ยวข้องกับกระบวนการหายใจ คือ ถ้ามีการใช้ออกซิเจนไปรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนถือเป็นการหายใจแบบใช้ออกซิเจน ( aerobic respiration ) แต่ถ้ามีสารอื่นมารับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายแทนออกซิเจน ไม่ว่าจะเป็นซัลเฟตหรือไนเตรตก็ดี เราเรียกการหายใจแบบนี้ว่า การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ในความหมายนี้ การะบวนการหมัก จึงไม่ถือว่าเป็นการหายใจ เพราะไม่มีการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ( Anaerobic respiration ) เป็นการสลายสารอาหารให้เกิดพลังงาน โดยใช้สารอนินทรีย์อื่น ๆ เป็นตัวรับอิเล็กตรอนแทนออกซิเจน การหายใจแบบนี้มักพบใน

แบคทีเรียหลายชนิด เช่น Proteus , Bacillus ,Clostridium สารอนินทรีย์ ได้แก่ ไนเตรต ( NO-3 )

ไนไตรต์ (NO-2 ) ซัลเฟต ( SO2-4 ) หรือคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) เป็นต้น

การใช้ไนเตรตเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย ไนเตรตจะถูกเปลี่ยนเป็นไนไตร์ต ( NO-2)

ไนตรัสออกไซด์ (N2 O) และแก๊สไนโตรเจน ( N2 ) การรีดิวซ์ไนเตรตให้เป็นไนไตรต์ เกิดโดยอาศัยเอนไซม์ ไนเตรตรีดักเตส ( nitrat reductase ) และจะให้พลังงาน ATP เพียง 2 โมเลกุลเท่านั้น

ดังนั้นความหมายของการหายใจระดับเซลล์ในปัจจุบันจึงหมายถึง การสลายสารอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน โดยใช้กระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนเพื่อสร้างพลังงาน ATP โดยอาศัยออกซิเจนหรือสารอนินทรีย์อื่น ๆ เป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย

ตารางสรุปขั้นตอนการสลายกลูโคสในการหายใจระดับเซลล์


ระยะ

สรุป

สารที่จำเป็น

ผลผลิตสุดท้าย

ไกลโคลิซิส

(เกิดในไซโทพลา-ซึม)

*การสร้างแอซิติลโคเอนไซม์ เอ ( เกิดในไมโทคอนเดรีย )

*วัฏจักรเครบส์

( เกิดในไมโทคอน-

เดรีย )

*การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

( เกิดในไมโทคอน-เดรีย )

*มีปฏิกิริยาประมาณ 10 ขั้นตอน ในการสลายกลูโคสให้เป็นกรด

ไพรูวิกได้ ATP เกิดขึ้น 2 โมเลกุล ปล่อยไฮโดรเจนออกมา

สามารถต่อด้วยกระบวนการหมัก

*การสลายกรดไพรูวิก แล้วรวมกับโคเอนไซม์ เอ ได้

แอซิติลโคเอนไซม์ เอ , ปล่อย CO2 ออกมา

*เป็นกระบวนการสลายโมเลกุลของสารที่เป็นเชื้อเพลิง ( บางส่วน

ของแอซิติลโคเอนไซม์ เอ ) ให้เป็นไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์

*กระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนต่อเนื่องแบบลูกโซ่ ไฮโดรเจนหรืออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ผ่านลูกโซ่ มีการปล่อยพลังงานเพื่อสร้าง ATP ที่เยื่อชั้นในของไมโทคอนเดรีย เมื่อไฮโดรเจน 1 คู่ เข้าสู่การถ่ายทอดแบบลูกโซ่จะให้ ATP ในแต่ละครั้งมากที่สุด 3 โมเลกุล โดยการหายใจแบบใช้ออกซิเจน

*กลูโคส , 2 ATP,

ADP, Pi , NAD+

*กรดไพรูวิก ,

โคเอนไซม์เอ , NAD+

*แอซิติลโคเอนไซม์ เอ,

H2O, ตัวรับไฮโดรเจน

(เช่น NAD+), ADP , Pi

*ไฮโดรเจน( ในรูปของ NADH , FADH2 ),

ADP , Pi , ออกซิเจน

*กรดไพรูวิก,

ATP , NADH

*แอซิติลโคเอนไซม์ เอ, NADH , CO2

*CO2 , NADH ,

FADH2 , CoA ,

ATP , น้ำ

*ATP

ตารางเปรียบเทียบการสลายสารอาหารในการหายใจแบบใช้ออกซิเจน,

การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนและกระบวนการหมัก

ลักษณะ

การหายใจแบบ

ใช้ออกซิเจน

การหายใจแบบ

ไม่ใช้ออกซิเจน

กระบวนการหมัก

*สภาพการเจริญ

*กระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

*ตัวรับไฮโดรเจน

( อิเล็กตรอน)

ตัวสุดท้าย

*ชนิดของฟอสโฟรี-

เลชันเพื่อสร้าง ATP

*ผลิตภัณฑ์ที่ได้

แบบใช้อากาศ

มี

ออกซิเจนอิสระ( O2 )

ส่วนใหญ่เป็นออกซิเดตีฟฟอสโฟรีเลชัน มีบางตอนเป็นซับ-

สเตรตฟอสโฟรีเลชัน

CO2 และ H2O

แบบไม่ใช้อากาศ

มี

มักเป็นสารอินทรีย์ เช่น ( NO-3 ) , (NO2-3 ) , ( SO2-4 ) แต่ไม่ใช้ออกซิเจนอิสระ

ส่วนใหญ่เป็นออกซิเดตีฟฟอสโฟรีชันมีบ้างที่เป็น

ซับสเตรตฟอสโฟรีเลชัน

ขึ้นกับว่าเกิดที่เซลล์ชนิดใด

แบบไม่ใช้อากาศ

ไม่มี

สารอินทรีย์ เช่น

กรดไพรูวิก,

แอซิตัลดีไฮด์

ซับสเตรต ฟอสโฟ-รีเลชัน

ขึ้นกับว่าเกิดที่เซลล์ชนิดใด

สรุป การหายใจเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบออกซิเดชัน – รีดักชันภายในเซลล์เพื่อให้สารโมเลกุลใหญ่เปลี่ยนเป็นสารโมเลกุลเล็ก และได้พลังงานออกมา การหายใจแบ่งเป็น 3 แบบ คือ

1. การหายใจแบบใช้ออกซิเจนอิสระ ( Aerobic respiration ) โดยใช้ออกซิเจนเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย ในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนได้น้ำเกิดขึ้น

2. การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ( Anaerobic respiration ) เป็นการหายใจที่ใช้สาร อนินทรีย์อื่น ๆ เช่น ซัลเฟต คาร์บอเนต เป็นตัวรับอิเล็กตรอน

3. กระบวนการหมัก ( Fermentation ) เป็นการเปลี่ยนแปลงสารอินทรีย์ให้เกิดพลังงานโดยไม่ใช้ตัวรับอิเล็กตรอน และเกิดในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ในสภาพเช่นนี้ จะเกิดการออกซิเดชันเพียงบางส่วนของคาร์บอนอะตอมของสารอินทรีย์และเกิดพลังงานขึ้นเพียงเล็กน้อย พลังงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปของสารอินทรีย์ที่เป็นผลผลิตของปฏิกิริยา เนื่องจากไม่ใช้ตัวรับอิเล็กตรอนพิเศษ ดังนั้นจึงใช้สารอินทรีย์ต่าง ๆเช่น เอทิลแอลกอฮอล์ กรดแลกติก กรดแอซิติก กรดฟอร์มิก กรดโพรพิโอนิก เป็นต้น

 

เอกสารอ้างอิง

ประสงค์ เหล่าสะอาด. (2544). ชีววิทยา ม.4 เล่ม 2. สำนักพิมพ์ พ.ศ.พัฒนา จำกัด.

ปรีชา สุวรรณพินิจ. (2544). ชีววิทยา ม.4 เล่ม 2. กรุงเทพฯ: ไฮเอ็ดพับลิชชิ่ง จำกัด.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หนังสือเรียน

รายวิชา เพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 1. กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพร้าว.

สมาน แก้วไวยุทธ. (2544). ชีววิทยา ม.4 เล่ม 2. กรุงเทพฯ: ไฮเอ็ดพับลิชชิ่ง จำกัด.

 

ใบงานที่ 6.1

กิจกรรมที่ 6.1 เรื่อง การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนโดยการหมักของยีสต์

จุดประสงค์ของการทดลอง

การทดลองเพื่อศึกษาการใช้โมเลกุลของสารอาหาร โดยการหมักของยีสต์นั้น ทดลองตามสมมติฐานที่กล่าวว่า “ ในสภาพที่ปราศจากออกซิเจนโดยสิ้นเชิงและปลอดจากอิทธิพลของสภาพแวดล้อมภายนอก แต่ใช้น้ำตาลกลูโคสอย่างเพียงพอ ยีสต์จะสลายกลูโคสให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ คือ คาร์บอนไดออกไซด์ เอทิลแอลกอฮอล์ และพลังงาน ”

———————————————————————————————————————-

การวางแผนการทดลอง

การควบคุมตัวแปร คือ อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมภายนอกจะต้องไม่มี ดังนั้นอุณหภูมิ แสงสว่าง ออกซิเจนจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการทดลอง อุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ คือ ขวดเทอร์โมสหรือกระติกน้ำร้อน หากหาไม่ได้จริง ๆ กล่องโฟมก็ใช้ได้ โดยใช้ขวดหรือหลอดทดลองขนาดใหญ่ แล้วใช้โฟมหุ้มภายนอก ในขวดเทอร์โมสเสียบเทอร์มอมิเตอร์เอาไว้ เนื่องจากยีสต์ใช้น้ำตาลกลูโคสเป็นอาหาร ดังนั้นอาจใช้อัตราส่วนของยีสต์ : กลูโคส : น้ำ ประมาณ 1 : 6 : 15 โดยน้ำหนัก เพื่อการทดลองที่ ปราศจากออกซิเจนจริง ๆ จึงควรนำกลูโคสไปต้มไล่อากาศแล้วเติมลงในขวดเทอร์โมสที่มีเทอร์มอมิเตอร์เสียบอยู่เพื่อไม่ให้ความร้อนที่เกิดจากการหายใจแพร่ออกไป ควรใส่น้ำมันพืชลอยอยู่บริเวณผิวหน้าเพื่อป้องกันออกซิเจนละลายลงไปในน้ำตาล เมื่อน้ำตาลเย็นลงใส่ยีสต์ลงไปในสารละลาย โดยไม่ให้ปนเปื้อนน้ำมัน เมื่อเสร็จเรียบร้อยจัดเครื่องมือเอาไว้ดังภาพ ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง ถ้ายีสต์ที่ใช้เป็นยีสต์ใหม่

สภาพแวดล้อมภายนอกที่จัดเป็นตัวแปรที่ต้องควบคุม คือ สภาวะการขาดออกซิเจนของระบบ สภาวะการสูญเสียความร้อนที่ออกจากระบบ

สำหรับการทดสอบเอทิลแอลกอฮอล์ใช้การดมกลิ่น

วัสดุอุปกรณ์

1.ยีสต์

2.น้ำสับปะรดหรือกลูโคส

3.น้ำมันพืช

4.น้ำอุ่น

5.สารละลายบรอมไทมอลบลู หรือน้ำปูนใส

6.หลอดทดลอง

7.สายยางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 cm

วิธีการทดลอง

1. นำสับประรดมาคั้นแล้วกรองเอาเฉพาะของเหลว นำยีสต์ใส่ในหลอดทดลองที่มีน้ำสับปะรด ผสมให้เข้ากัน จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำมันพืชให้ลอยอยู่บนผิวหน้าสารละลาย

2. จัดอุปกรณ์ดังรูป

clip_image013

รูป การทดลองการสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนในยีสต์

3. ตั้งหลอดทดลองทิ้งไว้สักครู่ หรือนำหลอดทดลองที่มีน้ำสับปะรดและยีสต์ไปจุ่มใน

บีกเกอร์ที่มีน้ำอุ่น แล้วสังเกตผลการทดลอง

4. ทำการทดลองซ้ำเช่นเดียวกันนี้อีก 2 ชุด ชุดหนึ่งในหลอดทดลองใส่ยีสต์กับน้ำกลั่น และอีกชุดหนึ่งใส่น้ำสับปะรดกับน้ำกลั่น ทั้ง 2 ชุด มีการเติมน้ำมันพืชลงในสารละลายและมีหลอดนำก๊าซไปยังหลอดทดลองที่มีสารละลายบรอมไทมอลบลู

———————————————————————————————————————-

คำถามท้ายกิจกรรม

1.ฟองแก๊สที่เกิดขึ้นเป็นแก๊สอะไร เพราะเหตุใด

คำตอบ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

2.เมื่อดมของเหลวในหลอดทดลองที่มียีสต์และน้ำสับประรดจะมีกลิ่นหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3.เหตุใดจึงนำหลอดทดลองไปจุ่มในน้ำอุ่น

คำตอบ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

4.เพราะเหตุใดจึงต้องเติมน้ำมันพืชลงบนผิวหน้าของน้ำสับปะรดและยีสต์

คำตอบ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

5.นักเรียนจะสรุปผลการทดลองนี้ได้อย่างไร

คำตอบ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

6.ถ้าทำการทดลองเช่นเดียวกันนี้แต่ใช้น้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ ผลการทดลองจะเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่

คำตอบ

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

แนวการบันทึกผลการทดลอง

การทดลองสารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ ทดสอบได้ต่างกัน คือ คาร์บอนไดออกไซด์ผ่านไปยังน้ำปูนใส น้ำปูนใสจะขุ่น แต่เอทิลแอลกอฮอล์นั้นใช้การดมกลิ่น

ผลการทดลองสรุปได้ว่า ในสภาพที่ขาดออกซิเจน ยีสต์จะมีการสลายกลูโคสโดยไม่ใช้ออกซิเจน ทำให้ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เอทิลแอลกอฮอล์ กับพลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

 

ใบงานที่ 6.2

เพลงการสลายสารอาหาร

คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาเนื้อเพลงนี้แล้วตอบคำถามข้างล่าง

เพลงการสลายสารอาหาร

ทำนองเพลงสามัคคีชุมนุม

ผู้แต่งเนื้อร้อง น.ส.โสภาพรรณ อักฌราศิวะโรจน์

อาหารที่เรากินกัน ดูให้ดีนั่นคือสารอาหาร เข้าสู่กระบวนการ สลายสารอาหารระดับเซลล์

ก่อเกิดพลังงาน นั่นคือสารชื่อ ATP ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ อะดีโนซีนต่อกับฟอสเฟต การสลายสารอาหารมีมาช้านานแบ่งได้ 2 แบบ หนึ่งแบบใช้ออกซิเจน และสองไม่ใช้ออกซิเจนเลย แบบแรก 3 ขั้นตอนใหญ่ ประกอบด้วยไกลโคลิซิสหนึ่ง สองเป็นวัฎจักรเครบส์ สามนั่นการถ่ายทอดอิเล็กตรอน ผลลัพธ์ที่เราได้มา อาทิเช่นคาร์บอนไดออกไซด์ อีกน้ำและสารมากมาย NADH , FADH2 ATP เป็นสารหลัก ไม่เคยหยุดพักให้เราเดือดร้อน ขอบอกเอาไว้ก่อน อย่าได้ผลัดผ่อนเร่งดูเร็วไว แบบสองกระบวนการหมัก เธอคงรู้จักได้แอลกอฮอล์ ซึ่งยีสต์เป็นคนก่อ เอทิลแอลกอฮอล์

2 โมเลกุล กรดแลกติกเกิดกับตัวคน อย่าไปสับสนเรื่องให้วุ่นวาย 2ATPคือสารสุดท้าย จำได้ง่ายๆถ้าตั้งใจเรียน

คำถาม

1.สารที่ให้พลังงานคือสารใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.การสลายสารอาหารแบ่งออกเป็นกี่แบบ และอะไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

3.ผลลัพธ์ที่ได้จากการสลายสารอาหารมีอะไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

4.กระบวนการหมักแอลกอฮอล์เกิดกับสิ่งมีชีวิตใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

5.กรดแลกติกเกิดกับสิ่งมีชีวิตใด

 

เฉลยใบงานที่ 6.2

เพลงการสลายสารอาหาร

1.สารที่ให้พลังงานคือสารใด

คำตอบ ATP

2.การสลายสารอาหารแบ่งออกเป็นกี่แบบ และอะไรบ้าง

คำตอบ 2 แบบ คือ 1.แบบใช้ออกซิเจน 2.แบบไม่ใช้ออกซิเจน

3.ผลลัพธ์ที่ได้จากการสลายสารอาหารเช่นอะไรบ้าง

คำตอบ คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ NADH , FADH2 , ATP

4.กระบวนการหมักแอลกอฮอล์เกิดกับสิ่งมีชีวิตใด

คำตอบ ยีสต์

5.กรดแลกติกเกิดกับสิ่งมีชีวิตใด

คำตอบ คน (กล้ามเนื้อลาย)

 

ใบงานที่ 6.3

เรื่อง การย่อยสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

1.จงอธิบายกระบวนการหมักแอลกอฮอล์

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2.กรดแลกติกเกิดได้อย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3.ผลผลิตที่ได้จากการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนมีอะไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4.จงบอกประโยชน์ของกระบวนการหมัก

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

5.การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนมักพบในสิ่งมีชีวิตใดบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

เฉลยใบงานที่ 6.3

เรื่อง การย่อยสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

1.จงอธิบายกระบวนการหมักแอลกอฮอล์

คำตอบ เป็นกระบวนการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนของยีสต์ ซึ่งเกิดโดยยีสต์อยู่ในสภาพที่ไม่มี

ก๊าซออกซิเจน โดยกลูโคสจะสลายเป็นไปตามกระบวนการไกลโคลิซิส ต่อจากนั้นกรดไพรูวิก

จะเปลี่ยนเป็นแอซิตัลดีไฮด์ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากนั้นแอซิตัลดีไฮด์จะถูกออกซิไดซ์

ด้วย NADH + H เป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือเอทานอลให้พลังงาน 2 ATP

2.กรดแลกติกเกิดได้อย่างไร

คำตอบ เกิดเช่นเดียวกับกระบวนการหมักแอลกอฮอล์ แต่เกิดกับเซลล์กล้ามเนื้อลายในคน ซึ่งอยู่ใน

สภาพที่ไม่มีก๊าซออกซิเจน และอาจเกิดกับแบคทีเรียบางชนิด เช่น แลกโตบาซิลลัส

3.ผลผลิตที่ได้จากการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนมีอะไรบ้าง

คำตอบ ในกล้ามเนื้อลายจะเกิดเอทิลแอลกอฮอล์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และพลังงาน

ในพยาธิตัวตืด และแบคทีเรีย จะได้กรดแลกติกและพลังงาน

4.จงบอกประโยชน์ของกระบวนการหมัก

คำตอบ ใช้ในอุตสาหกรรมทำเหล้า เบียร์ ข้าวหมาก เป็นต้น

5.การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนมักพบในสิ่งมีชีวิตใดบ้าง

คำตอบ ยีสต์ พยาธิตัวตืด คน และแบคทีเรีย

เกมปริศนาอักษรไขว้

   

6

N

5

   

,

     

11

             

1

                         

10

     
                                   
                                   

2

 

8

   

3

         

9

         

13

         

4

                       
                                   
     

7

                           
                                   
         

13

                       
                                   
                                   

เฉลยเกมปริศนาอักษรไขว้

   

6

N

5

A

D

H

,

F

A

D

11

H2

             

1

   

T

           

O

     

10

     

ระ

   

P

                   

     

ดี

                         

     

2

8

3

ม์

 

9

ซิ

ริ

13

 

   

4

รู

วิ

 

   

ลู

ซี

 

   

               

   

 

ริ

7

รา

ซึ

   

   

   

   

                     

   

ซ์

   

13

ลิ

พิ

                   
         

ซิ

                       
         

                       

 

แบบทดสอบหลังเรียน

เรื่อง การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดหนึ่งข้อ

1. เมื่อออกซิเจนในเซลล์กล้ามเนื้อลายขาดแคลน NADH ซึ่งเกิดจากกระบวนการไกลโคลิซิส

ไม่สามารถผ่านอิเล็กตรอนเข้าสู่กระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอนได้ จึงผ่านไฮโดรเจนอะตอมไปยัง

สารใด

ก. แอซิติลโคเอนไซม์เอ ข.กรดไพรูวิก ค.ฟรักโทส ง.ADP

2. ปฏิกิริยาใดมีการปล่อยโมเลกุลของ CO2

ก. ไกลโคลิซิส ค. การหมักแอลกอฮอล์

ข. การหมักกรดแลกติก ง. การไฮโดรลิซิสไกลโคลิซิส

3. ในการหมักไวน์โดยวิธีใช้ยีสต์ สารใดไม่เกิดในกระบวนการหมักนี้

ก. กรดไพรูวิก ค. คาร์บอนไดออกไซด์

ข. เอทิลแอลกอฮอล์ ง. แอซิติลโคเอนไซม์ เอ

4. ในการหมักแอลกอฮอล์ เมื่อได้แอซิตัลดีไฮด์ 2 โมเลกุลแล้ว จะได้เอทิลแอลกอฮอล์กี่โมเลกุล

ก. 2 ข. 4 ค. 6 ง. 8

5. การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ทำให้ได้สารประกอบใด

ก. กรดแลกติก ข. เอทิลแอลกอฮอล์ ค. ทั้ง ก และข้อ ข ง. ไม่ทั้ง ก และข้อ ข

6.การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนจะได้ ATP เท่าไร

ก. 2 ข. 16 ค. 24 ง.36

7.การหายใจของยีสต์ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ออกซิเจนจะได้คาร์บอนไดออกไซด์มาเหมือนๆ กัน อยากทราบว่า คาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการใช้ออกซิเจนจะมี่กี่โมเลกุล และไม่ใช้ออกซิเจนจะมี่กี่โมเลกุล

ก. ใช้ออกซิเจนได้ CO2 2 โมเลกุล ไม่ใช้ออกซิเจนได้ CO2 6 โมเลกุล

ข. ใช้ออกซิเจนได้ CO2 6 โมเลกุล ไม่ใช้ออกซิเจนได้ CO2 2 โมเลกุล

ค. ได้ 6 โมเลกุลเท่ากัน

ง. ได้ 2 โมเลกุลเท่ากัน

8.ในสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูง เนื้อเยื่อใดมีการหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจนได้ดีเป็นพิเศษ

ก. กล้ามเนื้อเรียบ ข. กล้ามเนื้อหัวใจ ค. กล้ามเนื้อลาย ง. ไต

9. พยาธิใดที่มีความสามารถพิเศษในการดำรงชีพแบบไม่ใช้ออกซิเจน

ก. พยาธิใบไม้ ข. พยาธิไว้เดือน ค. พยาธิตัวตืด ง. พยาธิตัวจี๊ด

10.ในการหมักกรดแลกติก คัวรับไฮโดรเจน คือสารใด

ก. กรดไพรูวิก ค. แอซิติลโคเอนไซม์เอ

ข. แอซิตัลดีไฮด์ ง. กลูโคสหรือน้ำตาลอื่นๆ

**************************************

 

เฉลย แบบทดสอบ

เรื่อง การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

1. ข 2. ค 3. ง 4. ก 5 ค 6. ก

7. ข. 8. ค 9. ค 10. ก

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.